วิกฤตต้มยำกุ้ง
วิกฤตการณ์ทางการเงินในเอเชีย
หรือเรียกทั่วไปในประเทศไทยว่า วิกฤตต้มยำกุ้ง
เป็นช่วงวิกฤตการเงินซึ่งส่งผลกระทบถึงหลายประเทศในทวีปเอเชียเริ่มตั้งแต่เดือนกรกฎาคม
พ.ศ. 2540 ก่อให้เกิดความกลัวว่าจะเกิดการล่มสลายทางเศรษฐกิจทั่วโลกเนื่องจากการแพร่ระบาดทางการเงิน
ผลกระทบของวิกฤตการณ์ดังกล่าวกินเวลาไปจนถึงสิ้นปี พ.ศ. 2541
ในปีเดียวกันนั้น
ประเทศที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากวิกฤตการณ์ทางการเงินในเอเชีย
พ.ศ. 2540
อย่างไรก็ตาม จนถึงปี พ.ศ. 2542
นักวิเคราะห์ได้มองเห็นสัญญาณว่าเศรษฐกิจเอเชียกำลังเริ่มฟื้นตัว
สาเหตุของวิกฤติเศรษฐกิจต้มยำกุ้ง
อาจแบ่งได้ 5 สาเหตุดังนี้
1.
หนี้ต่างประเทศ
ประเทศไทยเกิดการขยายตัวทางระบบการเงิน
เกิดการก่อหนี้ และการกู้เงินจากต่างประเทศ
2.
การขาดดุลบัญชีเดินสะพัด
ประเทศไทยมีการพัฒนาการผลิตเพื่อส่งออก
ที่เจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว แต่ดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยเกิดการขาดดุลอย่างต่อเนื่อง
เพราะการส่งออกที่หดตัว
3.
ฟองสบู่ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์
อาจเรียกว่าการลงทุนที่เกินตัว
โดยช่วง พ.ศ. 2530 ถึง พ.ศ. 2539
กิจการอสังหาริมทรัพย์เติบโตมาก
แต่มีการกู้ยืมเงินต่างประเทศ และการระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์เพื่อมาลงทุน
ต่อมาราคาอสังหาริมทรัพย์เพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผู้ประกอบการจึงเข้ามาลงทุนกันจำนวนมากเพื่อเก็งกำไร
ก่อให้เกิด “ภาวะเศรษฐกิจฟองสบู่”
4. การดำเนินงานของสถาบันการเงิน
5. การโจมตีค่าเงินบาท
โดยนักลงทุนต่างชาติ
มีการจัดตั้งกองทุน “Hedge Funds” เพื่อโจมตีค่าเงินบาทไทย
ธนาคารแห่งประเทศไทยจึงนำเงินทุนสำรองถึง 24,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐมาปกป้องค่าเงินบาทเมื่อเงินสำรองมีน้อยลง
ผู้ว่าธนาคารแห่งประเทศไทยจึงประกาศ “ลอยตัวค่าเงินบาท
ผลกระทบของวิกฤตเศรษฐกิจปี 2540
1. เศรษฐกิจประเทศแย่มาก
- คนว่างงานเพิ่ม (ปี 2541 มี 1.13 ล้านคน)
- รายได้ต่อหัวลดลง
2. การพัฒนาประเทศช้ากว่าที่เคยคาดไว้
3. สวัสดิการทางสังคมน้อยลง
ผลกระทบในด้านต่างๆ
1. ด้านเศรษฐกิจ
บริษัทต่างๆไม่ว่าจะเป็นขนาดใหญ่
ขนาดกลาง หรือขนาดเล็ก ได้รับผลกระทบโดยถ้วนหน้า
จากสาเหตุอำนาจซื้อที่ลดลงของประชาชน
และด้วยสาเหตุนี้เองที่ส่งผลลูกโซ่ต่อการผลิตและการซื้อที่ลดลงอย่างต่อเนื่องอัตโนมัติ
แม้ว่าวิกฤตครั้งนี้จะส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจในภาพรวม แต่ผลเสียหายที่ส่งผลต่อการพัฒนาประเทศมากที่สุดคือผลกระทบกับธุรกิจขนาดกลางและขนาดเล็ก
นอกจากปัญหาการล้มละลายหรือการปิดกิจการของภาคธุรกิจทุกขนาดแล้ว
ปัญหาหนึ่งที่เห็นได้ชัดมากจาก วิกฤตเศรษฐกิจปี พ.ศ.2540 คือ
ปัญหาการว่างงานทั้งจากสาเหตุการถูกปลดออกจากการเป็นพนักงานบริษัท
และปัญหาการไม่มีตลาดแรงงานรองรับนักเรียนนักศึกษาจบใหม่
เมื่อพิจารณาในระดับมหภาคจะพบว่าวิกฤต
2540 ได้ส่งผลต่อภาวการณ์คลังของประเทศ คือ
การเก็บภาษีอาการได้น้อยลง
ซึ่งได้ส่งผลต่อเนื่องสู่การใช้จ่ายภาครัฐเพื่อกระตุ้นให้เกิดการขยายตัวทางเศรษฐกิจได้น้อยลงตามไปด้วย
2. ด้านสังคม
ในด้านสังคม
เป็นที่ทราบกันดีกว่าหลังจากเกิดปัญหาวิกฤต 2540 คนไทยโดยเฉพาะระดับกลางและระดับล่างมีคุณภาพชีวิตที่ลดลงเป็นอย่างมาก
เกิดภาวะข้าวยากหมากแพง จำนวนคนจนมีสูงขึ้น
ความไม่เท่าเทียมกันของการกระจายรายได้มีมากขึ้น ตลอดจนปัญหาด้านการศึกษาและปัญหาด้านสาธารณสุข
3. ด้านการเกษตร
- ได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจน้อย
แต่จะได้ผลกระทบจากภาวะธรรมชาติ และราคาพืชผลมากกว่า
- ได้เปรียบเพราะเงินบาทอ่อนตัว
ราคาผลผลิตเกษตรไทยเลยดูถูกลง ทำให้ส่งออกได้มากขึ้น
- ชนบทที่ไปทำงานนอกภาคเกษตร
กลับมาทำเกษตรมากขึ้น
4. เหมืองแร่
- การผลิตแร่เชื้อเพลิง
เช่น ก๊าซธรรมชาติ ขยายตัว
- การผลิตยิปซั่ม
หินปูน ลิกไนต์ ที่ใช้ในการก่อสร้างลดลงอย่างมาก
5. ด้านอุตสาหกรรม
- วัตถุดิบและดอกเบี้ยจากต่างประทศราคาแพง
(ค่าเงินบาทลด)
- ทั้งอุตสาหกรรมภายในและส่งออกชะลอตัวหมด
- ด้านสิ่งทอขยายตัวน้อย
เพราะอยู่ในช่วงปรับการผลิตมาเป็นเครื่องจักรที่มีราคาสูง
- ค่าแรงแพงกว่าประเทศคู่แข่ง
คือ จีน อินโดเนเซีย เวียดนาม
6. การก่อสร้าง -
ลดลงอย่างมาก
7. การค้า -
ลดลงอย่างมาก
8. ด้านบริการ -
การท่องเที่ยวนำรายได้เข้าประเทศไทยจำนวนมาก
แนวทางของรัฐบาลในการแก้ปัญหาเศรษฐกิจ
ปี 2541
1. รัฐเพิ่มงบประมาณขาดดุล
2. เร่งอุปสงค์
โดยเพิ่มสินเชื่อมากขึ้น
3. เปิดและจูงใจให้ต่างชาติเข้ามาลงทุนเพิ่มขึ้น
เช่น
- ให้สัญชาติไทยแก่ผู้เข้ามาลงทุน
- ปรับกฎหมายถือที่ดินของคนต่างด้าว
- ออก
พรบ.ประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว
- ผ่อนปรนด้านภาษี
4. เร่งอุปทานโดยเพิ่มการผลิต
โดยเฉพาะด้านเกษตร อุสาหกรรมขนาดเล็ก-ขนาดกลาง (SMEs) และการท่องเที่ยว
5. สร้างงาน – ด้านบริการและก่อสร้างสาธารณูปโภคของรัฐ
6. เพิ่มการส่งออก
และลดการนำเข้า
7. แก้ไขสภาพคล่องของสถาบันการเงิน
8. มีการจัดตั้งบริษัท TAMC
(บริษัทบริหารสินทรัพย์แห่งชาติ) เพื่อแก้ปัญหา NPL
ปี 2541 ดุลการค้าไทยเริ่มเกินดุล เพราะการชะลอตัวด้านการสั่งเข้าสินค้าทุนและสินค้าอุปโภคบริโภคแบบฟุ่มเฟือย
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น